การเดินทางวันแรก (ต่อ)
หลังจากการเดินทางอันยาวนานกว่าที่ควรจะเป็น ในที่สุดพวกเราก็เดินทางมาถึงเมืองเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ ในช่วงค่ำๆ น่าจะประมาณ 21.00 น. ซึ่งก่อนลงเครื่องผมได้สอบถามกับพนักงานต้อนรับบนเครื่องถึงการเดินทางต่อไปของพวกเราที่ไม่สามารถต่อเครื่องได้ทัน จึงได้ทราบข้อมูลเบื้องต้นว่า พวกเราต้องอยู่ค้างที่เฮลซิงกิ 1 คืน และจะจัดเครื่องบินให้ในเช้าวันรุ่งขึ้น และให้เราตัดสินใจว่าจะเอากระเป๋าเดินทางออกมา หรือว่าจะให้ Tranfer ต่อไปเลย ผมก็ปรึกษากับอาจารย์และผู้ปกครองว่า น่าจะให้ Tranfer ต่อไปเลย จะได้ไม่ยุ่งยากในการ Check in อีกรอบในตอนเช้า
เมื่อเครื่องลงจอดที่สนามบิน ในหัวผมคิดถึงเหตุการณ์ล่วงหน้าเต็มไปหมด ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง จะไปนอนโรงแรมที่ไหน เดินทางอย่างไร ตอนเช้าต้องออกกี่โมง จะนัดหมายเด็กๆ อย่างไร จะได้เดินทางด้วยเครื่องลำเดียวกันหรือเปล่า เพราะเท่าที่ทราบมาคือ เครื่องบินโดยสารที่เดินทางไปเมืองริก้านั้นมีแต่เครื่องบินลำเล็กๆ
![]() |
| ระหว่างรอตรวจคนเข้าเมือง |
พอถึงคิวผม จึงให้อาจารย์อภัณตรี (อาจาร์สอนภาษาอังกฤษ)ที่เดินทางมาช่วยดูแลเด็กๆ กรุณาช่วยสอบถามให้ ได้ความว่า เราต้องค้างที่โรงแรมที่สายการบินจัดเตรียมไว้ให้ โดยนั่งรถบัสของสายการบินที่มีออกทุก 20 นาที ไปที่โรงแรม และข่าวล่าสุดคือ เที่ยวบินในวันพรุ่งนี่ ผมกับอาจารย์อีกสอนท่านต้องแยกเดินทางกับเด็กๆ เพราะเที่ยวบินเต็ม แต่ยังดีหน่อยที่เครื่องผมออกก่อน ในเวลาประมาณ 7.30 น. จะได้มีเวลาไปประสานงานแก้ปัญหาที่เมืองริก้าก่อนเด็กๆ มาถึง และก็ยังเบาใจว่าไม่ต้องมา Check in เพราะกระเป๋าจะเเดินทางต่อไปเลย แต่ทันใดนั้น................เมื่อผมเจรจาเรื่องดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยจึงหันหลังกลับมาจากเคาเตอร์ก็พบว่า เด็กๆ ได้นำกระเป๋าของคณะทั้งหมดออกมาจากสายพานกระเป๋าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 5555555 อยากจะบ้าตาย ไหนบอกว่ากระเป๋าจะ tranfer ต่อไปเลย นั่นหมายความว่า พวกเราต้องนำกระเป๋าเดินทางทั้งหมดขึ้นรถเมล์เพื่อเข้าที่พัก
ท้ายสุดผมถามพนักงานว่าแล้วได้แจ้งทางริก้าหรือยังว่าเด็กๆ จากประเทศไทยไม่สามารถเดินทางไปได้ถึงตรงกำหนดเวลาเขาบอกว่า แจ้งแล้ว เราก็ถามเซ้าซี้ต่อเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ตัดบทว่า "Trust Me" ผมนึกในใจว่า "OK ตรูเชื่อเมิงก็ได้" แม้ว่าในส่วนลึกของจิตใจต่อว่า "ไม่เชื่อหรอก" แต่ยังคงมองโลกในแง่นี้ เพราะแค่ปัญหาที่มีอยู่ตรงหน้าที่ก็ปวดหัวและ
เราเดินทางพร้อมกระเป๋าเดินทางของเด็กๆ กว่า 30 ชีวิตเต็มอัตราศึกมาที่ป้ายรถเมล์ ซึ่งขณะนั้นน่าจะเป็นเวลาประมารสี่ทุ่มแล้ว แต่พระอาทิตย์ยังสว่างอยู่ และที่สำคัญ อากาศแบบว่า ร้อนใกล้เคียงกับเมืองไทยเลย (แอบผิดหวังเล็ก) แต่เด็กๆ ก็ยังตื่นเต้นและถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน (เพราะยังไม่รู้ชะตากรรมในอนาคต)
| หน้าสนามบินเฮลซิงกิ เวลาประมาณ 22.00 น. |
| ถ่ายรูปคู่ด้วยสภาพอันทรุดโทรม |
พวกเรารอรถประมาณ 20 นาที รถก็มา และก็ช่วยกันขนกระเป๋าขึ้นรถ โดยแทบจะไม่เหลือที่ให้ผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่มาด้วย สายการบินได้จัดแบ่งระดับชั้นของของแรมตามตั๋วเครื่องบิน คือ ถ้าเป็น Business Class ก็จะได้อยู่โรงแรมดาวเยอะ แต่สำหรับ Economy ก็ดาวน้อยลงมา พวกเราได้อยู่โรงแรมชื่อ CUMULUS ห่างจากสนามบินประมาณ 5 นาที เมื่อ ไปถึงก็แยกย้ายกันเข้าห้อง แต่ยังดีหน่อยที่ทางโรงแรมจัดอาหารเย็นไว้ให้ และในช่วงเช้าก็จะมีอาหารเช้าให้ก่อนเดินทางไปสนามบิน แต่ที่แย่หน่อยก็คือ โรงแรมไม่มีเครื่องปรับอากาศ มีแต่พัดลมตัวจิ๋วให้ไว้ในห้องพัก ซึ่งอันนี้ก็เป็นข้อที่น่าสังเกตในการเดินทางมาเมืองหนาวในฤดูร้อนนะครับ ว่า หากเป็นโรงแรมสามดาว ส่วนใหญ่ที่ผมเป็น มักจะไม่มีแอร์ ดังนั้นหากใครเดินทางมาในช่วงหน้าร้อนก็ต้อง ตรวจสอบกันสักหน่อยครับ (ซึ่งอันนี้อยู่นอกแผนการที่ผมเตรียมไว้) วันนี้แค่นี้ก่อนแล้วกันนะครับ เหนื่อยมากแล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นตีสีเพื่อเดินทางไปสนามบิน (นี่แค่เริ่มต้นนะเนี่ย)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น