วันจันทร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2557

บันทึกการเดินทาง World Choir Games 2014 ฉบับที่ 3 (กว่าจะถึง Riga)




 8 กรกฎาคม 2557

           วันนี้ผมตื่นตั้งแต่ตีสี่เนื่องจากต้องขึ้นเครื่องบินเที่ยวเจ็ดโมงเช้า และต้องแยกเดินทางกับเด็กๆ ด้วย เพราะตั๋วเครื่องบินเต็ม โดยที่ผมกับอาจารย์อีกสองท่านเดินทางด้วยสารการบิน Airboltic ซึ่งเป็นสารการบินราคาประหยัด ที่สายการบินฟินแอร์ส่งพวกเรามา 
           เมื่อมาถึงสนามบินก็ทำการ Check in ตามขั้นตอนปกติ แต่ที่ไม่ปกติก็คือ เนื่องด้วยอาจารย์อธิชัย conductor ของเรานั้น เป็นผู้มากด้วยอุปกรณ์สัมภาระ มีทั้งกระเป๋ากล้อง และอุปกรณ์ราคาแพงต่างๆ อีกมากมายที่ตระเตรียมมาจากเมืองไทย ซึ่งตอนแบกมาจากเมืองไทยก็ไม่มีปัญหา แต่เมื่อมาต่อสายการบินนี้ เจ้าหน้าที่ไม่ยอมให้มีกระเป๋า Carry on มากกว่า 1 ใบ อาจารย์อธิชัยจึงหันมาถามผมว่า "เอาไงดีพี่" ผมนึกในใจ "มีทางเลือกอื่นให้ตรูเลือกเหรอ 5555" ทำไงได้ครับ อุตสาห์แบกอุปกรณ์มาทั้งที จึงต้องยอมเสียเงินอีก 40 ยูโร เพื่อจะได้แบกสัมภาระเพิ่มขึ้นได้อีกหนึ่งใบ  
           ในที่สุดผมก็ควักแบงค์ห้าร้อยยูโรขึ้นมาเพื่อจะจ่าย แต่เจ้าหน้าที่ทำสีหน้าตกใจ และไม่ยอมรับ บอกว่าแบงค์ใหญ่ไป ขอแบงค์ย่อย (นึกในใจ เรื่องมากจัง ขนาดจะจ่ายตังยังเรื่องมากขนาดนี้ ถ้าเป็นเมืองไทยไม่น่าจะมีปัญหา) แต่เรื่องน่าแปลกก็คือ ไม่ว่าผมจะไปซื้อของที่ไหน ราคา เท่าไรในลัตเวียเขาก็ไม่ยอมรับแบงค์ใหญ่ เช่น ผมจ่ายค่าอาหารให้เด็กๆ ราคาร้อยกว่ายูโร ใช้แบงค์ห้าร้อยก็ไม่รับ หรือแม้แต่จ่ายค่าอะไรก็ไม่รู้จำไม่ได้ให้โรงแรม 300 ยูโร โดยใช้แบงค์ห้าร้อยจ่าย ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบกว่า 15 นาที อย่าว่าแต่แบงค์ห้าร้อยเลยครับ แบงค์ห้าสิบบางร้านยังไม่อยากจะรับตังเลย งง อยู่เหมือนกัน แต่เท่าที่สังเกตจะพบว่าส่วนใหญ่ผู้คนที่นี่นิยมใช้บัตรเครดิต ไม่ค่อยจ่ายด้วยเงินสดกันเท่าไร ก็ฝากไว้เผื่อใครจะเดินทางมาเที่ยวก็แลกแบงค์ย่อยมาเยอะหน่อยแล้วกันจะได้ไม่มีปัญหาแบบผม

World Choir Games 2012 
             ย้อนกลับมาที่สนามบิน ผมกับอาจารย์อีกสองท่านก็ได้ขึ้นเครื่องเสียที ผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ถึงสนามบินของกรุง Riga เป็นการเดินทางที่ยาวนานมากๆ เมื่อเรามาถึงสิ่งแรกที่เรามองหาคือ.........เจ้าหน้าที่ของ World Choir Games ที่จะมารับเรา ซึ่งหากย้อนประสบการณ์การไปแข่ง World Choirs Games 2012 ที่ Cincinnati ประเทศสหรัฐอเมริการหน่อยแล้วกันนะครับ  ครั้งนั้นเมื่อเราเดินทางไปถึงสนามบินมีป้ายต้อนรับพวกเราซึ่งใหญ่โตมาก และมีห้องรับรองพิเศษ มีขนมและน้ำดื่มพร้อม มีเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นอาสาสมัครชาวไทยนำโดยพี่อ๋อย มาต้อนรับและดูแลพวกเรา (เสื้อสีหลืองด้านซ้ายสุดที่อยู่ในรูปครับ) จากประสบการณ์ผมคิดว่าเป็นการจัดการที่ดีที่สุดปีหนึ่งตั้งแต่ผมไปแข่งมาเลยอ่ะครับ (แข่งมาแล้ว 5 ครั้ง เป็นเวลา 10 ปี)  แบบว่าบรรยากาศเหมือนพวกเราเป็นแขกบ้านแขกเมืองคนสำคัญอะไรประมาณนั้น เป็นความประทับใจที่ยังจำได้อยู่ถึงทุกวันนี้  ดังนั้นจึงไปขุดรูปเก่าๆ มาให้ดูสักหน่อย  (ดูแล้วก็คิดถึงเด็กๆ สมาชิกเก่าๆ จัง ป่านนี้ได้ดีกันหมดแล้ว)

                 ใช่ครับ ผมก็คาดหวังว่าจะมีการต้อนรับอะไรทำนองนั้น แต่เมื่อมาถึงสนามบินประมาณ 7.00 น. มันไม่เป็นอย่างที่คิด  ไม่มีใครมารับ  ไม่มีเจ้าหน้าที่มายืนถือป้าย ไม่มีจุดประชาสัมพันธ์หรือป้ายอะไรซักอย่างที่เกี่ยวข้องกับ Word Choir Games ทำไงดีเอ่ย....... พวกเราก็เร่ิมออกเดินตามหา และในที่สุดเราก็เจอเจ้าหน้าที่สองคนที่ชูป้ายที่มีสัญลักษณ์ในการแข่งขัน ก็เลยพุ่งเข้าไปหาอย่างมีความหวัง พอเร่ิมคุยก็พบว่าเขาไม่รู้เรื่องอะไรเลย พูดงงๆ ฟังภาษาอังกฤษก็ไม่ค่อยได้ แล้วเขาก็โทรไปหาใครสักคน แล้วก็เดินหายไป  แล้วก็เดินกลับมาบอกว่า เขาเป็นแค่คนขับรถที่ถูกจ้างมาให้มารับคนอะไรประมาณนี้  
                เห็นถ้าจะไม่ได้การ เราก็เลยเดินไปทั่วๆ สนามบินเพื่อหาข้อมูล และติดต่อคนที่จะมารับพวกเราให้ได้ก่อนที่เด็กๆ จะเดินทางมาถึง ในที่สุดอาจารย์ป่านจึงตัดสินใจโพสลงไปใน Facebook ของผู้จัดการแข่งขัน ประมาณว่าเรามาถึงแล้วแต่ไม่มีคนมารับ 555 ได้ผลครับ ทางผู้จัดการแข่งขันเริ่มมีปฏิกริยาตอบสนอง และแจ้งว่าเขารอเราอยู่ตั้งแต่เมื่อวานแต่ไม่เห็นมา เขายังงงๆ กันอยู่ว่ากลุ่มที่เดินทางมาจากปรเะเทศไทยหายไปไหน???? (ซึ่งทาง finnair บอกว่าประสานงานเรียบร้อยแล้ว Trust Me ผมจำคำนี้แม่นเลย)

ดีแอน อาสาสมัครที่มาดูแลพวกเรา
                เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงผู้ประสานงานแจ้งมาทาง Facebook ว่า ให้เราเดินทางซุ้มประชาสัมพันธ์ของ Word Choir Games จะมีเจ้าหน้าที่รออยู่และค่อยให้คำแนะนำ ซึ่งเราก็บอกว่าเรามารออยู่ตั้งนานแล้วไม่เห็นมีซุ้มอะไรเลย ก็เถียงๆ เขาอยู่สักพัก แต่......ทันใดนั้นเองเมื่อเราหันหลังกลับไป มันมีซุ้มโผล่มาจริงๆ ครับ  คือ.... มันมาได้ยังไง มาตั้งแต่เมื่อไร โดยมีเจ้าหน้าที่กำลังประกอบซุ้มที่มีป้ายประจำการแข่งขันอยู่555 เหมือนกำลังถูกแกล้งอยู่ยังไงไม่รู้ 555 มันเป็นซุ้มเล็กๆมาก แอบๆ อยู่ที่มุมตึกใต้บันได  พวกผมจึงเดินเข้าไปถามเจ้าหน้าที่ ก็ได้ความว่า เมื่อวานเขามารอเราตั้ง 3-4 ชั่วโมง ไม่มีใครรู้ว่าพวกเราหายไปไหน ทางสายการบินก็ไม่ยอมให้ตรวจสอบรายชื่อผู้โดยสารเนื่องจากเป็นมาตรการด้านความปลอดภัย (แต่ทางสารการบินแจ้งว่าทางผู้จัดการแข่งขันทราบแล้ว) เอาเป็นว่าตอนนี้เขารู้แล้ว แต่....... ยังไม่มีรถมารับ ต้องรออีกสักพักเขาจะประสานงานให้ เรารอต่อมาอีกสักพักก็มีอาสาสมัครสาวสวยซึ่งเป็นผู้ดูแลเราโดยตรงปรากฏตัว เราก็ทักทายกันตามมารยาท ซึ่งผมก็เริ่มสบายใจแล้วว่าในที่สุดก็มีคนมารับเราเสียที   ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่เด็กๆ เดินทางมาถึงสนามบินพอดี

           รถที่มารับเราไปโรงแรมนั้นเป็นรถเมล์สองตอน  นำเราไปโรงแรมชื่อว่า Elefant Hotel  ซึ่งอยู่ห่างจากสนามบินประมาณ 10 นาที พอพูดถึงเรื่องโรงแรมแล้วก็จะขอเล่าถึงโรงแรมที่ทางผู้จัดการแข่งขันเลือกให้เราสักหน่อยนะครับ  โดยปกติแล้วผู้จัดการแข่งขันจะมีโรงแรมให้เราเลือกหลายระดับ อาทิเช่น Economy Class I, Economy Class II, Standard Class เป็นต้น ซึ่งถ้าเลือกแบบ Economy ก็จะเป็นโรงแรมอยู่นอกเมือง ราคาค่าที่พักจะประหยัด แต่ว่าจำเป็นต้องมีรถบัสส่วนตัว เพื่อเดินทางเข้ามาในเมือง แต่หากเป็น Standard Class จะเป็นโรงแรมในเมือง ทำให้สะดวกต่อการเดินทาง และไม่จำเป็นต้องมีรถบัสส่วนตัว 
          จากประสบการณ์ในการแข่งขันครั้งที่แล้ว ทำให้ผมตัดสินใจเลือกที่พักแบบ Standard Class เพื่อประหยัดค่าใช้ค่ายเรื่องรถบัส และที่สำคัญคือความสะดวกรวดเร็วในการเดินทางไปฝึกซ้อม และเดินทางไปยังสถานที่แข่งขันต่างๆ และเมื่อเราเลือกไปแล้วทางผู้จัดการแข่งขันก็จะส่งชื่อโรงแรมมาให้ ซึ่งในตอนแรกเราก็ได้อยู่โรงแรมในเมือง แต่อะไรก็ตามที่เราตัดสินใจไปในครั้งนี้มักจะมีปัญหาเสมอ ไม่ทราบว่าด้วยสาเหตุอะไร(อาจเป็นเพราะจ่ายค่าที่พักช้ากว่ากำหนด) ทำให้ถูกเด้งออกมาห่างจากเมืองเล็กน้อย ทำให้ต้องใช้เวลาในการเดินทางเข้าเมืองประมาณ 10 นาที 
          สภาพโรงแรมที่เราอยู่ก็หรูดีทีเดียวครับ มีเครื่องอำนวยและอุปกรณ์ในการดำรงชีวิตครบครัน ตั้งแต่กาต้มน้ำ (เอาไว้ต้มมาม่า)  จนถึงเตารีด (เอาไว้รีดชุดแสดง) แต่น่าปวดตับ คือ มันไม่ได้อยู่ใจกลางเมือง ทำให้มีปัญหาเรื่องการเดินทางไปทานอาหารในแต่ละมื้อซึ่งจะเสียเวลามากๆ ลองจินตนาการเวลาพาเด็กๆ 30 ชีวิต ขึ้นรถเมล์ที่คนแน่นๆ ในต่างปรเทศดูซิครับ แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว

อ.ว่าที่ร้อยตรี อลัมพล สังฆเศรษฐี
        และเนื่องจากเราเดินทางมาถึงช้ากว่ากำหนดไป 1 วัน ทำให้ต้องส่ง Conductor กับ อาจารย์อภัณตรี ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษประจำคณะของเรา ไปลงทะเบียนเข้าร่วมแข่งขันก่อน ส่วนผมกับอาจารย์อลัมพลผู้แข่งแกร่งที่สุดในปฐพี ก็ต้องไปเดินหาซื้ออาหารเที่ยงให้นักเรียน (ซึ่งเดินไกลมาก ขากลับต้องนั่ง Taxi โดนไปรายร้อยบาท) และในมื้อนี้ เด็กๆ ก็ได้ประเดิม Macdonald ประเทศลัตเวีย เป็นอาหารหลัก จากนั้นก็ให้นักเรียนพักผ่อนตามอัธยาศัยเพื่อรอกำหนดการต่างๆ จากกองประกวดต่อไป                              หลังจากนั้นช่วงบ่ายๆ อาจารย์อธิชัยก็กลับมาพร้อมกับแจ้งโปรแกรมการแข่งขันมหาโหดให้พวกเราทราบ ทำให้ถึงกับเซ็งไปตามๆ กัน เนื่องจากสถานที่ในการแข่งขันของเราอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 1 ชั่วโมง และต้องเดินทางโดยรถเมล์ ดังนั้นเราจึงตัดสินใจว่า วันนี้ช่วงเย็นจำเป็นต้องเดินทางไปดูสถานที่ในการแข่งขันก่อนเพื่อเป็นการเตรียมพร้อม และวางแผนล่วงหน้า จะได้เข้าใจสภาพจริงในวันแข่ง
          ทีมงานของเราประกอบด้วย อาจารย์ทุกท่าน ผู้ปกครองที่มาด้วย ยกเว้น Conductor (เพราะต้องอยู่ฝึกซ้อมเด็กๆ) จึงออกเดินทางไปยัง Culture Palace สถานที่ที่ใช้ในการแข่ขัน โดยรถเมล์ ซึ่งขอบอกเลยว่า ร้อนมากๆ ครับ และคนก็ค่อนข้างแน่น แถมระหว่างทางก็มีฝนตกอีกต่างหาก  อ่อ...รถเมล์ที่นี่ก็ไม่มีแอร์ด้วยอีกต่างๆ หาก ผมนึกสภาพเด็กๆ ที่ต้องเดินทางไปแข่งขันด้วยแล้วยังเหนื่อยแทนเลยครับ
  

สุดยอดทีมงาน เบื้องหลังความสำเร็จ
ทิวทัศน์ระหว่างทางไปสถานที่ประกวด
        เมื่อพวกเราเดินทางมาถึงสถานที่แข่งขัน ก็ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ของกองประกวดอยู่ ทำให้เราสามารถเข้าไปถ่ายรูป และเดินสำรวจสถานที่แข่งขันได้อย่างสบายๆ (ปกติทุกๆ ปีจะไม่ให้เข้ามาก่อนการแข่งขัน) จากนั้นเราก็เดินทางเข้าเมืองเพื่อไปดูสถานที่แข่งขันที่อื่นๆ ต่อไป

Culture Palace

         ส่งท้ายสำหรับวันนี้พวกเราใช้เวลาเดินทางไปกลับสถานที่ประกวดเกือบสอบชั่วโมง หลังจากนั้นก็ได้เดินสำรวจเมืองเล็กน้อย เพื่อเตรียมตัวเรื่องอาหาร และการเดินทางสำหรับวันต่อๆ ไปให้เด็กๆ ขอ บอกเลยว่าเมืองสวยและน่าอยู่มากๆ  แต่เสียดายที่อากาศร้อนสุดๆ เหมือนกัน  


โบสถ์ในเมืองเก่า Riga ใกล้ๆ กับสถานที่แข่งขัน




สวนสาธารณะกลางเมือง


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น